หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก แขนงวิชาจิตเวชศาสตร์

พันธกิจของแผนงานฝึกอบรม

01

เพื่อสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ ที่มีความรู้ทั้งเชิงกว้างและเชิงลึกสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการทางด้านนี้ที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว  สามารถทำงานตามหลักความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (professionalism) สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุม มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับบริบทของสาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ มีความเอื้ออาทร และใส่ใจในความปลอดภัย โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานการดูแลแบบองค์รวม มีความสามารถในการปฏิบัติงานได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องกํากับดูแล มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประกอบวิชาชีพด้วยความสุจริตตามมาตรฐาน และตามจรรยาบรรณจิตแพทย์ มีเจตนารมณ์และเตรียมพร้อมที่จะเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต มีความสามารถด้านการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ มีความเป็นผู้นำทางวิชาการ มีความสามารถในการบริหารจัดการ สามารถปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพหรือเป็นกลุ่มได้ มีพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อเพื่อนร่วมงานทั้งในวิชาชีพของตนเองและวิชาชีพอื่น รวมทั้งผู้ป่วยและญาติ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสุขภาพของประเทศ ระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย การใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม รวมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน

สถาบันฝึกอบรมต้องมีการระบุพันธกิจของหลักสูตรการฝึกอบรมเป็นลายลักษณ์อักษร และเผยแพร่พันธกิจของหลักสูตรการฝึกอบรมนั้นไปยังผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องให้รับทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้หลักสูตรการฝึกอบรมนั้นต้องอยู่ บนพื้นฐานความต้องการจิตแพทย์ของประเทศ การคำนึงถึงด้านความสามารถที่ตอบสนองระบบสุขภาพของประเทศ ความต้องการด้านสุขภาพของชุมชนและสังคม รวมถึงมีความรับผิดชอบอื่นๆ ทางสังคมตามความเหมาะสม โดยผู้มีส่วนได้เสียและตัวแทนผู้รับการฝึกอบรมต้องมีบทบาทในการกำหนดพันธกิจของหลักสูตรการฝึกอบรมด้วย

ผลสัมฤทธิ์ของแผนงานฝึกอบรม

02

แพทย์ที่จบการฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทาง สาขาจิตเวชศาสตร์ จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องมีความสามารถระหว่างการฝึกอบรมที่พึงประสงค์ (intended learning outcomes/milestone) มีคุณสมบัติและความรู้ความสามารถที่ครอบคลุมทั้ง 6 ด้าน ดังต่อไปนี้

การบริบาลผู้ป่วย  (Patient care)

การบริบาลโดยใช้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานของ การดูแลแบบองค์รวม คำนึงถึงประสิทธิภาพและ ความปลอดภัย รวมทั้งสามารถปฏิบัติงานในสาขาจิตเวชศาสตร์ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีการกำกับดูแล ได้แก่ ทักษะต่าง ๆ ดังนี้

1. การสัมภาษณ์ทางจิตเวช การตรวจร่างกาย การตรวจสภาพจิต การใช้แบบประเมินที่สำคัญ ในการ คัดกรอง ประเมิน วินิจฉัยโรค บำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ป่วยโรค    ทางกายที่มีโรคร่วมทางจิตเวชได้มาตรฐานตามหลักวิชาการ และหลักฐานเชิงประจักษ์

2. การป้องกันโรคและสร้างเสริมสุขภาพจิต

3. การบริบาลแบบองค์รวม มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงการใช้ยาอย่างสมเหตุผล มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัย

ความรู้และทักษะหัตถการเวชกรรมทางจิตเวชศาสตร์(Medical/psychiatricknowledge and procedural skills)

สามารถทำจิตเวชปฏิบัติได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทของการฝึกอบรม

  1. มีความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพจิต จิตวิทยา วิทยาศาสตร์การแพทย์และสังคมศาสตร์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานด้านจิตเวชศาสตร์
  2. มีความรู้ทางจิตเวชศาสตร์ ตามหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นปัจจุบันและบริบทต่าง ๆ
  3. มีทักษะการทำจิตเวชปฏิบัติอย่างมีมาตรฐาน และเหมาะสมกับบริบทของการปฏิบัติงาน
  4. บันทึกรายงานผู้ป่วยได้อย่างสมบูรณ์ และสม่ำเสมอ

ทักษะระหว่างบุคคล และการสื่อสาร (Interpersonal and communication skills)

  1. นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย และอภิปรายปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ถ่ายทอดความรู้และทักษะ เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำแก่แพทย์ นักศึกษาแพทย์และ ทีมสหสาขาวิชาชีพได้
  3. สื่อสารให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติ ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  โดยมีเมตตาเคารพการตัดสินใจและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
  4. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ปฏิบัติงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพและผู้ร่วมงานทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ

การเรียนรู้และพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-based learning and improvement)

  1. วิพากษ์บทความ และดำเนินการวิจัยทางจิตเวชศาสตร์ได้
  2. มีความรู้ในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณทางการแพทย์ และการแพทย์เชิงประจักษ์
  3. เรียนรู้พัฒนาทักษะและเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพได้ด้วยตนเองจากการฝึกปฏิบัติด้านจิตเวชศาสตร์ได้ด้วยตนเอง

ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม  (Professionalism)

มีคุณลักษณะของความเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต (continue medical education) หรือการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง (continue professional development) และ พฤตินิสัยเจตคติ คุณธรรม และจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ดังนี้

  1. ประพฤติตนอย่างมีคุณธรรมจริยธรรมและเจตคติอันดีต่อผู้ป่วย ญาติ ผู้ร่วมงาน เพื่อนร่วมวิชาชีพและชุมชน
  2. มีความสามารถในการสำรวจจิตใจ พัฒนาตัวเอง และสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม
  3. มีความสนใจใฝ่รู้ และสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้เรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต (continuous  professional development) เพื่อธำรงและพัฒนาความสามารถด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ และพฤติกรรมในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาจิตเวชศาสตร์ที่เป็นมาตรฐาน และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วย และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
  4. มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและ คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม

การทำเวชปฏิบัติให้สอดคล้องกับระบบสุขภาพ (System-based practice)

มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสุขภาพของประเทศ ระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยมีการการทำเวชปฏิบัติที่มีหลักการดังนี้

  1. สอดคล้องกับระบบสุขภาพ ระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย ระบบยุติธรรม บริบททางสังคม และวัฒนธรรมของประเทศ
  2. คำนึงถึงความปลอดภัย และสิทธิผู้ป่วย
  3. ตระหนักในการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างคุ้มค่า (cost consciousness medicine) และสามารถปรับเปลี่ยนการดูแลรักษาผู้ป่วยให้เข้ากับบริบทของการบริการสาธารณสุขได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ

คณะกรรมการบริหารหลักสูตร

03

ไฟล์/ลิงก์อ้างอิง

กิจกรรมการเรียนการสอน

04

Case Conference

  1. แพทย์ประจำบ้านปีที่ 1 – 3 รับผิดชอบเตรียม case conference ก่อนล่วงหน้าวันที่กำหนดตามตาราง ทุกวันอังคารเวลา  13:00 – 16:00 น. โดยเลือกกรณีผู้ป่วยที่มีปัญหาในการวินิจฉัยหรือวางแผนการรักษาหรือ ผู้ป่วยที่พบไม่บ่อยน่าสนใจ อาจจะเป็นผู้ป่วยในหอผู้ป่วยใน   ผู้ป่วย OPD หรือผู้ป่วยที่รับปรึกษาจากนอกแผนกที่แพทย์ประจำบ้านผู้นั้นเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยอยู่ และผู้ป่วยควรจะอยู่ในสภาวะที่สามารถร่วมมือในการพูดคุยสัมภาษณ์พร้อมที่จะนำมาเข้า conference
  2. ประเมินผู้ป่วยก่อนนำผู้ป่วยเข้า case conference โดยเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยทั้งประวัติ การตรวจร่างกาย การตรวจทางระบบประสาท การตรวจสภาพจิต การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การส่งทดสอบทางจิตวิทยา อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการนำผู้ป่วยเข้า case conference ถามความสมัครใจของผู้ป่วย ขออนุญาตผู้ป่วยก่อนนำผู้ป่วยเข้า conference
  3. บอกอาจารย์ผู้รับผิดชอบก่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์  ควรเตรียม protocol ประวัติผู้ป่วยเพื่อส่งให้อาจารย์ผู้ควบคุมก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันทำ conference จริง
  4. แจ้งเวลาและสถานที่ในการทำ case conference แก่แพทย์ประจำบ้านคนอื่น ๆ ล่วงหน้า
  5. นำผู้ป่วยเข้า case conference  วันอังคาร  13:00 – 16:00 น. โดยแพทย์เจ้าของผู้ป่วยเป็น ผู้นำเสนอ case
  6. เตรียมใบประเมินคะแนน และใบ CME ให้อาจารย์ผู้ควบคุมประเมินทุกครั้ง
  7. แพทย์ผู้ทำเป็นผู้ดำเนินการ case conference โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้
    • รายงานประวัติของผู้ป่วย
    • เปิดโอกาสให้นิสิตแพทย์ แพทย์ประจำบ้านและอาจารย์ ซักถามประวัติเพิ่มเติม
    • นำผู้ป่วยเข้าห้อง conference ทำการซักถามประวัติผู้ป่วย รวมทั้งการตรวจสภาพจิตโดยแพทย์ประจำบ้านปีที่ 3
    • นำผู้ป่วยที่สัมภาษณ์แล้วส่งพยาบาลเพื่อนำผู้ป่วยกลับหอผู้ป่วย
    • ให้นักจิตวิทยา นักสังคมคงเคราะห์นำเสนอผลการทดสอบทางจิตวิทยา รวมทั้งผลการประเมินสภาพครอบครัวผู้ป่วยเพิ่มเติม
    • ดำเนินการอภิปรายเกี่ยวกับผู้ป่วยทั้งในแง่ปัญหาของผู้ป่วย การวินิจฉัย จิตพลวัต (psychodynamic formulation) การวางแผนการรักษา การดำเนินโรค และการพยากรณ์โรคโดยเริ่มการอภิปรายจากนิสิตแพทย์ แพทย์ประจำบ้านปีที่ 1 , 2 และ 3 ตามลำดับ
    • เชิญอาจารย์อภิปรายและเสนอข้อคิดเห็น และ feedback
  8. ให้อาจารย์ผู้ควบคุมประเมินผลและให้คะแนนหลังการทำ case conference
  9. ให้แพทย์ประจำบ้านส่งตัวแทนแต่ละชั้นปี เพื่อเขียนสรุปผล Final discussion นำใบประเมินผลจากอาจารย์ ส่งแผนกธุรการหลังจบชั่วโมง

Psychotherapy Conference

  1. แพทย์ประจำบ้านปีที่ 2 และ 3 เป็นผู้รับผิดชอบเตรียมข้อมูลผู้ป่วยก่อนล่วงหน้าวันที่กำหนดไว้ตามตาราง คือ วันศุกร์สัปดาห์ที่ 4 เวลา 13:00 – 16:00 น. โดยนำข้อมูลผู้ป่วยที่ตนเองดูแลและให้การรักษาโดยทำจิตบำบัดอยู่
  2. เก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยทั้งประวัติ  การตรวจร่างกาย  การตรวจทางระบบประสาท การตรวจสภาพจิต การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การส่งทดสอบทางจิตวิทยา
  3. นำข้อมูลของการรักษาโดยการทำจิตบำบัดในแต่ละครั้งมารวบรวมทำประวัติในการรักษาแต่ละครั้ง
  4. แจ้งอาจารย์ผู้ควบคุมก่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ควรเตรียมข้อมูลผู้ป่วยเพื่อส่งให้อาจารย์และแพทย์ประจำบ้านก่อนล่วงหน้าวันที่ทำ conference
  5. แจ้งเวลาและสถานที่ในการทำ psychotherapy conference แก่แพทย์ประจำบ้านก่อนล่วงหน้า
  6. เตรียมใบประเมินคะแนน ให้อาจารย์ผู้ควบคุมประเมินทุกครั้ง
  7. นำเสนอประวัติของผู้ป่วย รวมทั้งข้อมูลของการรักษาโดยการทำจิตบำบัดในแต่ละครั้ง
  8. เปิดโอกาสให้แพทย์ประจำบ้านและอาจารย์ซักถามเพิ่มเติม
  9. แพทย์ประจำบ้านดำเนินการอภิปรายเกี่ยวกับ psychodynamic formulation , กระบวนการรักษาโดยการทำจิตบำบัดในแต่ละครั้ง
  10. เชิญอาจารย์ผู้ควบคุมอภิปราย เสนอข้อคิดเห็น
  11. ให้อาจารย์ผู้ควบคุมประเมินผลและให้คะแนนหลังการทำ psychotherapy conference

Journal Club

  1. แพทย์ประจำบ้านปีที่ 1 – 3 รับผิดชอบในการนำเสนอ article ทางจิตเวชที่น่าสนใจ ในวันอังคาร หรือวันพุธ 13.00 –16.00 น. ตามตาราง
  2. เตรียม article ที่น่าสนใจก่อนล่วงหน้า โดยการปรึกษากับอาจารย์ผู้ควบคุม
  3. แจ้งอาจารย์ผู้ควบคุมล่วงหน้า รวมทั้งนำบทความไปให้อาจารย์ผู้ควบคุมก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน
  4. เตรียมเอกสารและแจ้งเวลาและสถานที่ในการทำ journal club แก่แพทย์ประจำบ้านก่อนล่วงหน้า
  5. เตรียมใบประเมินคะแนน และใบ CME ให้อาจารย์ผู้ควบคุมประเมินทุกครั้ง
  6. นำเสนอ article โดยใช้วิธีการที่น่าสนใจและใช้สื่อหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม โดยใช้เวลาในการสรุปเนื้อหาไม่เกิน 30 นาที เป็นหัวข้อตามลำดับดังนี้
    1. Rational
    2. Research questions / objectives
    3. Hypothesis
    4. Methods/ study design
      • Population: sample size, sampling technique, inclusion & exclusion criteria
      • Measurements: dependent & independent variables, instrument, criteria for measuring outcome variables
      • Data collection: method, double blind?
      • Data analysis: computer software, statistics used
    5. Results – descriptive (demographic) data
    6. Major findings
    7. Discussions concluded finding
      • Consistent vs inconsistent with the others, why?
      • Limitations of the study
      • Implications to practice
    8. แพทย์ประจำบ้านอภิปราย แสดงความเห็นเกี่ยวกับ methodology และ content ของ article
    9. เชิญอาจารย์อภิปราย แสดงข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
    10. ให้อาจารย์ผู้ควบคุมประเมินผลและให้คะแนนหลังการทำ journal club

Seminar และ Topic Review

  1. แพทย์ประจำบ้านปีที่ 1 – 3 รับผิดชอบทำ seminar & topic review ในวันศุกร์ 13.00 – 16.00 น. ตามตาราง
  2. แพทย์ผู้รับผิดชอบรวบรวมข้อมูลจัดทำบทความทางวิชาการตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย
  3. โดยรวบรวมจากหนังสือตำราทางวิชาการ เอกสารทางวิชาการหรือบทความทางวิชาการใหม่ๆ
  4. โดยปรึกษาอาจารย์ผู้ควบคุมก่อนล่วงหน้า
  5. แจ้งอาจารย์ผู้ควบคุมก่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ และถ่ายเอกสารบทความที่ทำแล้วให้กับอาจารย์ผู้ควบคุมและแพทย์ประจำบ้านก่อนล่วงหน้าวันที่ทำ
  6. เตรียมใบประเมินคะแนน และใบ CME ให้อาจารย์ผู้ควบคุมประเมินทุกครั้ง
  7. นำเสนอเนื้อหาบทความโดยใช้วิธีการที่น่าสนใจ รวมทั้งการใช้สื่อหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม
  8. แพทย์ประจำบ้านร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเนื้อหาบทความที่นำเสนอ
  9. เชิญอาจารย์ผู้ควบคุมอภิปราย เสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
  10. ให้อาจารย์ผู้ควบคุมประเมินผลและให้คะแนนหลังการทำ seminar & topic review

Case Psychotherapy

การทำรายงานผู้ป่วยจิตบำบัด (Case Psychotherapy)

  1. เลือกเคสที่ต้องการทำจิตบำบัด และชนิดของการทำจิตบำบัด โดยปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษา
  2. นัดเวลากับผู้ป่วย เพื่อทำการทำจิตบำบัด ครั้งละ 45-50 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยขออนุญาตผู้ป่วยเพื่อบันทึกเทป และถอดเทป เพื่อนำไป supervision กับอาจารย์ที่ปรึกษา ทุก sessions (อย่างน้อย 8 sessions)
  3. บันทึกวันเวลาที่นำเคสเข้า supervision กับอาจารย์ที่ปรึกษาลงในแบบฟอร์มการติดตามการทำจิตบำบัด ทุกครั้งที่ได้รับการ supervision
  4. จัดทำรายงานจิตบำบัด ตาม format ที่กำหนดโดยราชวิทยาลัยฯ โดยส่ง รายงานจิตบำบัดตามเวลาที่กำหนด ดังนี้
    • รายที่ 1 ภายใน 2 เดือน ก่อนจะจบแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 2
    • รายที่ 2 ภายในเดือนมกราคม ของปีที่จะสอบวุฒิบัตรฯ

การวิจัย

  1. แพทย์ประจำบ้าน สาขาจิตเวชศาสตร์มีหน้าที่ ดำเนินโครงการวิจัยทางจิตเวช อย่างน้อย 1 เรื่องเพื่อนำเสนอ และส่งเล่มรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ หรือ  manuscript ที่ได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ (accepted) ในวารสารทางวิชาการ กับกรรมการบริหารหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านของภาควิชาให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 31 มีนาคม ของปีที่จะสอบเอาวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญฯ ( Board Examination) โดยแพทย์ประจำบ้านจะต้องใช้เล่มรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ เป็นส่วนหนึ่งของการสมัครสอบวุฒิบัตร
  2. งานวิจัยนั้นต้องเป็นงานวิจัยที่เป็นระบบและมีมาตรฐานตามระเบียบวิธีการวิจัย (Original article) มิใช่ การรายงานผู้ป่วย (case report /case series) หรือ การทบทวนเอกสาร (review article)
  3. ในการทำโครงการวิจัย ให้แพทย์ประจำบ้านกำหนดหัวข้อที่สนใจอยากทำงานวิจัย อย่างน้อย 2 หัวข้อ ส่งให้กรรมการหลักสูตรฯ ภายในเดือนที่ 8 ของการฝึกอบรม โดยทางกรรมการหลักสูตรจะพิจารณาจัดอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าวให้ และให้แพทย์ประจำบ้านดำเนินการสอบโครงร่างวิจัยให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นปีการศึกษาของการเป็นแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 และทำการแก้ไขโครงร่างฉบับสมบูรณ์เพื่อส่งให้คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย (Ethical committee) ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพิจารณาภายใน 1 เดือนหลังจากสอบโครงร่างวิจัย โดยหากแพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 1 รายใดที่ยังไม่ได้ส่งโครงร่างฉบับสมบูรณ์ไปยังคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย จะไม่ได้รับการพิจารณาให้ขึ้นชั้นปีที่ 2ขั้นตอนในการดำเนินการวิจัยให้ถือปฎิบัติดังต่อไปนี้
    • ทบทวนวรรณกรรมและเขียนโครงร่างวิจัยตามมาตรฐานโครงร่างการวิจัยของบัณฑิตศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ให้แพทย์ประจำบ้านส่งโครงร่างวิจัยให้กรรมการหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านของภาควิชา ฯ เพื่อจัดหาอาจารย์ที่ปรึกษา และดำเนินการสอบโครงร่างวิจัยให้เสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา
    • ทำการแก้ไขและส่งโครงร่างวิจัยฉบับสมบูรณ์ให้คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย (Ethical committee )
    • ดำเนินการเก็บข้อมูลตามแผนการในโครงร่าง
    • วิเคราะห์ข้อมูลและเขียนเล่มรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ หรือ manuscript ส่งให้กรรมการหลักสูตรฯ ตรวจสอบและทำการนัดหมายวันเวลาในการสอบ
    • หลังจากสอบเสร็จแล้ว ให้ทำการแก้ไขและส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์หรือ manuscript ให้กรรมการหลักสูตรฯตรวจสอบครั้งสุดท้าย และให้อาจารย์ที่ปรึกษา กรรมการสอบ กรรมการหลักสูตรฯ และหัวหน้าภาควิชาฯ ลงนามในใบอนุมัติงานวิจัย ก่อนนำส่งคณะอนุกรรมการการฝึกอบรมและสอบวุฒิบัตรฯ
    • ส่งรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ 1 เล่ม หรือ manuscript พร้อมไฟล์ ที่ธุรการฯ