หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก แขนงวิชาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ
พันธกิจของการฝึกอบรม/หลักสูตร
เพื่อฝึกอบรมจิตแพทย์ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญอนุสาขาจิตเวชศาสตร์สูงอายุ ซึ่งเป็นสาขาวิชาทางการแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ ที่ต้องอาศัยความรู้อย่างเชิงกว้างและเชิงลึกสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการทางด้านนี้ที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยคำนึงถึงบริบทสังคมไทย และมีคุณสมบัติที่สำคัญต่อไปนี้
มีความรู้ความสามารถในเวชปฏิบัติที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทของสาขาวิชา จิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ มีความสามารถทำงานตามหลักพฤตินิสัยและ มารยาททางวิชาชีพ (professionalism) สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุม มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับบริบทของสาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ มีความเอื้ออาทร และใส่ใจในความปลอดภัย โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางบนพื้นฐานการดูแลแบบองค์รวม มีความสามารถในการปฏิบัติงานได้โดยไม่ต้องมีการกำกับดูแล มีพฤติกรรมที่เหมาะสมต่อเพื่อนร่วมงานทั้งในวิชาชีพของตนเองและวิชาชีพอื่น รวมทั้งผู้ป่วยและญาติ
นอกจากความรู้และทักษะด้านจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุข้างต้นแล้ว จิตแพทย์ที่จบจากหลักสูตร แพทย์ประจำบ้านต่อยอด อนุสาขาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ จากสถาบันฯ ควรมีความสามารถด้านการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ มีความเป็นผู้นำทางวิชาการ มีความสามารถในการบริหารจัดการ สามารถปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพหรือเป็นกลุ่มได้ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและประกอบวิชาชีพด้วยความสุจริตตามมาตรฐาน และตามจรรยาบรรณจิตแพทย์
นอกจากนี้จิตแพทย์ที่จบจากหลักสูตรฯ ต้องมีความสามารถด้านอื่นๆที่สำคัญได้แก่ มีเจตนารมณ์และเตรียมพร้อมที่จะเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ที่ดี มีความสามารถในการรักษาสุขภาพตนเอง และการทำงานได้อย่างเหมาะสม มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสุขภาพของประเทศ ระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย การใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม รวมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน
หลักสูตร ป.บัณฑิตชั้นสูง สาขาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ
ไฟล์/ลิงก์อ้างอิง
ผลสัมฤทธิ์ของแผนงานฝึกอบรม
จิตแพทย์ที่จบการฝึกอบรมเป็นแพทย์เฉพาะทางอนุสาขาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ต้องมีคุณสมบัติและความรู้ความสามารถขั้นต่ำตามสมรรถนะหลักทั้ง 6 ด้านดังนี้
1. การบริบาลผู้ป่วย (Patient Care)
ก. มีทักษะในการสัมภาษณ์ การตรวจร่างกาย การตรวจสภาพจิต การใช้แบบประเมินที่สำคัญ ในการคัดกรอง ประเมิน วินิจฉัยโรค บำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ผู้ป่วยผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคทางกายหรือมีโรคร่วมทางจิตเวชได้มาตรฐานตามหลักวิชาการ และหลักฐานเชิงประจักษ์
ข. มีความรู้และทักษะในการป้องกันโรคและสร้างเสริมสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ
ค. มีทักษะในการบริบาลแบบองค์รวม มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงการใช้ยาอย่างสมเหตุผล มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัย
2. ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการนำไปใช้แก้ปัญหาของผู้ป่วยและสังคมรอบด้าน (Medical Knowledge and Skills)
- มีความรู้พื้นฐานด้านสุขภาพจิต จิตวิทยา วิทยาศาสตร์การแพทย์และสังคมศาสตร์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานด้านจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ
- มีความรู้ทางจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ตามหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นปัจจุบันและบริบทต่าง ๆ
- มีทักษะการทำจิตเวชปฏิบัติอย่างมีมาตรฐาน และเหมาะสมกับบริบทของการปฏิบัติงาน
- สามารถบันทึกรายงานผู้ป่วยได้อย่างสมบูรณ์ และสม่ำเสมอ
3. ทักษะระหว่างบุคคลและการสื่อสาร (Interpersonal and Communication Skills)
ก. นำเสนอข้อมูลผู้ป่วย และอภิปรายปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
ข. ถ่ายทอดความรู้และทักษะ เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำด้านจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุให้แก่แพทย์และ/หรือนักศึกษาแพทย์และ/หรือบุคลากรทางการแพทย์
ค. สื่อสารให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติ ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยมีเมตตา เคารพการตัดสินใจและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
ง. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ทำงานกับผู้ร่วมงานทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ
4. การเรียนรู้และพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (practice-based learning andimprovement)
ก. วิพากษ์บทความ และดำเนินการวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุขได้
ข. มีความรู้ในการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณทางการแพทย์ และการแพทย์เชิงประจักษ์
ค. เรียนรู้พัฒนาทักษะและเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ จากการฝึกปฏิบัติด้านจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุได้ด้วยตนเอง
5. ความสามารถในการทำงานตามหลักวิชาชีพนิยม (Professionalism)
ก. มีคุณธรรมจริยธรรมและเจตคติอันดีต่อผู้ป่วย ญาติ ผู้ร่วมงาน เพื่อนร่วมวิชาชีพ และชุมชน
ข. มีความสามารถในการสำรวจจิตใจ พัฒนาตัวเอง และสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องได้เหมาะสม
ค. มีความสนใจใฝ่รู้ และสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้เรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต (continuous professional development) เพื่อธำรงและพัฒนาความสามารถด้าน ความรู้ ทักษะ เจตคติ และ พฤติกรรมในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมอนุสาขาจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุที่เป็นมาตรฐาน และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
ง. มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
จ. คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม
6. การทำเวชปฏิบัติให้สอดคล้องกับระบบสุขภาพ (System-based practice)
มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสุขภาพของประเทศ ระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยมีการการทำเวชปฏิบัติที่มีหลักการดังนี้
ก. สอดคล้องกับระบบสุขภาพ ระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย ระบบยุติธรรม บริบททางสังคม และวัฒนธรรมสำหรับผู้สูงอายุของประเทศไทย
ข. คำนึงถึงความปลอดภัย และสิทธิผู้ป่วย
ค. ตระหนักในการใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างคุ้มค่า (cost consciousness medicine) และสามารถปรับเปลี่ยนการดูแลรักษาทางจิตเวชในผู้สูงอายุให้เข้ากับบริบทของการบริการสาธารณสุขได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
