โรคติดสุรา หรือพิษสุราเรื้อรัง เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้ในการวินิจฉัยผู้ติดสุรา ที่ทำให้เกิดปัญหาหน้าที่การงาน หรือสุขภาพ มีลักษณะการดำเนินโรคอย่างเรื้อรัง ก้าวหน้า โดยมีลักษณะที่สูญเสียความสามารถในการควบคุมการดื่มสุรา และมีผลเสียตามมา ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านสังคม กฎหมาย สุขภาพจิต และสุขภาพทางร่างกาย และผู้ป่วยมักไม่ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ ว่าเกิดจากการใช้สุรา
การดื่มสุรามาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึก แลทำให้ผู้ใช้อยาก ใช้อีก แม้ว่าจะเกิดผลเสียมากมาย เป็นการเสพติดทางใจ และการเสพติดทางร่างกาย ทำให้เกิดการถอนสุรา หรือไม่สบาย หากไม่ได้ใช้
สุรามีผลเสียต่อร่างกายอย่างไร?
สารออกฤทธิ์ที่สำคัญในสุราคือแอลกอฮอล์ ซึ่งทำละลายได้ดี ทั้งในน้ำและไขมัน สามารถแพร่ไปได้ทุกส่วนของร่างกาย จึงมีผลต่อร่างกายทุกระบบ
- ผลต่อระบบประสาท
- 1.1 จำเหตุการณ์ขณะเมาไม่ได้ เป็นลักษณะการสูญเสียความจำ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ในขณะที่ผู้นั้นดื่ม จำไม่ได้ว่าคุยกับใคร จอดรถไว้ที่ไหน
- 1.2 ผลต่อการนอน แม้ว่าการดื่ม การเมาสุรา อาจจะทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น แต่แอลกอฮอล์จะรบกวนวงจรการนอน นอนหลับไม่ต่อเนื่อง ทำให้ตื่นขึ้นมามีอาการไมสดชื่น รู้สึกแฮงค์
- 1.3 ผลต่อเส้นประสาทส่วนปลาย ซึ่งเป็นผลจากการขาดวิตามิน และพิษของแอลกอฮอล์โดยตรง อาการจะมีอาการชา บริเวณมือและแขน
- 1.4 ผลต่อสมองส่วนซีรีเบลลั่ม มีลักษณะเฉพาะคือ ไม่สามารถยืนหรือทรงตัวนิ่งได้ อาการตากระตุก สมองส่วนนี้จะเสื่อมลงถาวร แม้หยุดสุราแล้วก็ไม่ค่อยหายอย่างสมบูรณ์
- ผลต่อระบบทางเดินอาหาร ปัญหาคลื่นไส้อาเจียน เลือดออกในทางเดินอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ ปัญหาตับแข็ง ตับและตับอ่อน ทำให้เกิดโรคตับแข็ง มีการสะสมของเสียพวก ยูเรีย จนเป็นพิษต่อสมอง
- ระบบหลอดเลือด การดื่มสุราเป็นจำนวนมาก จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เพิ่มระบบไขมันที่อิ่มตัว ที่มักจะสะสมตามหลอดเลือด ได้แก่ LDL และ triglyceride จึงเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
- ระบบเลือด การดื่มสุราในระดับสูง จะลดการผลิตเม็ดเลือดขาด ลดความสามารถของเซลล์ในการเข้าสู่ตำแหน่งติดเชื้อ มีผลต่อเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ซึ่งทำให้มีการสร้างจำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง รูปร่างเม็ดเลือดแดงมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีผลต่อประสิทธิภาพของเกล็ดเลือด
- มะเร็ง พบอัตราการเกิดมะเร็งสูง ในผู้ติดสุรา ตั้งแต่มะเร็งของศีรษะ คอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้ใหญ่ และปอด
- ผลต่อทารกในครรภ์มารดา เนื่องจากแอลกอฮอล์ สามารถผ่านได้ จึงสามารถทำให้เกิดผลร้ายแรงในทารกได้ หากมีปริมาณมากพอ จะทำให้เด็กเสียชีวิต หรือคลอดก่อนกำหนด ทารกที่คลอดจากครรภ์มารดาที่ดื่มสุราอย่างมาก พบว่าจะมีกลุ่มอาการ สติปัญญาทึบอย่างรุนแรง ศีรษะเล็ก รูปร่างเล็ก หน้าตาผิดปกติ ภาวะโรคหัวใจแต่กำเนิด นิ้วมือติดกัน หญิงตั้งครรภ์ จึงไม่ควรใช้สุราตลอดอายุการตั้งครรภ์
- อื่น ๆ ชายไทย หลังดื่มสุรา พบว่ามีความเสี่ยงในพฤติกรรมทางเพศ ในขณะมึนเมา เชน ไม่ใช้ถุงยางอนามัยในขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดกามโรค รวมทั้งโรคเอดส์ หรือประสบอุบติเหตุเพราะขาดสติ
ดูง่ายๆ เบื้องต้นอย่างไรว่า ติดหรือ ไม่ติด?
การคัดกรองสามารถทำได้อย่างง่ายๆ คือการใช้การคัดกรอง CAGE ซึ่งมีข้อคำถามเพียง 4ข้อ ดังนี้คือ
- คุณเคยรู้สึกว่าอยากลด (Cut down) การดื่มลงใช่หรือไม่
- คนอื่นมาทำให้คุณรำคาญ (Annoy)โดยวิพากษ์วิจารณ์การดื่มของคุณใช่หรือไม่
- คุณเคยรู้สึกแย่หรือรู้สึกผิด (Guilt)เกี่ยวกับการดื่มของคุณใช่หรือไม่
- คุณเคยดื่มเป็นสิ่งแรกที่คุณทำในตอนเช้า เหมือนแอลกอฮอล์ทำให้คุณลืมตาตื่นได้ (Eye opener) เพื่อให้ความรู้สึกเมาค้างหมดไปหรือเพื่อให้อารมณ์เป็นปรกติใช่หรือไม่
สำหรับจิตแพทย์แล้ว แค่ไหนจึงจัดว่า ติดสุรา?
การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ ทำให้สุขภาพทั้งทางกายและทางจิตบกพร่อง โดยหากการดื่มแอลกอฮอล์นั้นๆทำให้ 1) เกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บบ่อยๆ (เช่น ดื่มขณะขับรถ ว่ายน้ำ หรือใช้เครื่องจักรกล) 2) มีปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน ครอบครัว หรือผู้ร่วมงานบ่อยๆ 3) บทบาทหน้าที่ในการทำงาน งานบ้าน หรือการเรียนมีความบกพร่อง หรือ 4) มีปัญหาด้านกฎหมาย เช่น ถูกตำรวจจับเนื่องจากเมาสุรา อาละวาด เรียกได้ว่าบุคคลนั้นมีปัญหาจากการใช้สุราหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ “ในทางที่ผิด” โดยมีอาการข้อใดข้อหนึ่งจาก 4 ข้อข้างต้นก็ได้
ส่วนการ “ติดสุรา” นั้น ผู้ป่วยจะมีอาการอย่างน้อย 3 อาการ ตามเกณฑ์ดังนี้ คือ
- ดื่มมากกว่าที่ตั้งใจไว้
- ไม่สามารถหยุดหรือเลิกการดื่มสุราบ่อยครั้ง
- มีอาการทนต่อสุรามากขึ้น เช่น ต้องดื่มมากกว่าเดิมอย่างมากจึงจะรู้สึกเช่นเดิม
- มีอาการถอนเหล้า เช่น มือสั่น เหงื่อแตก คลื่นไส้ นอนไม่หลับ เวลาที่ลดการดื่มลง
- ยังคงใช้สุราแม้รู้ว่าจะทำให้เกิดปัญหาทางกาย หรือทางจิตใจ
- เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการดื่ม การซื้อ การคิดถึงการดื่มสุรา การเมา หรือการฟื้นจากฤทธิ์สุรา
- ใช้เวลาลดลงกับการกิจกรรมที่สำคัญเพราะมัวแต่ใช้เวลาไปกับการดื่มเหล้า
ถึงแม้ว่าบางคนที่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เป็นปริมาณมาก คือ มากกว่า4 แก้วต่อวันในผู้ชาย หรือมากกว่า 3 แก้วต่อวันในผู้หญิง จะไม่มีพฤติกรรมเข้าเกณฑ์ของการติดสุรา หรือ การใช้ในทางที่ผิด บุคคลนั้นๆก็ยังมีความเสี่ยงต่อปัญหาอื่นๆในอนาคตจากการดื่มสุราอยู่
เลิกเหล้า เลิกอย่างไร?
ในผู้ดื่มสุราที่มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาต่อไปในอนาคต ควรแนะนำเปลี่ยนแปลงวิธีการดื่ม หรือเลิกการดื่ม เพื่อไม่ให้การดื่มนี้บานปลายออกไปเป็นปัญหา วิธีในการลดหรือเลิกการดื่มอาจเริ่มด้วยการตั้งจุดมุ่งหมายร่วมกันว่าจะลดการดื่มเหลือเท่าไร หรือไม่ดื่มเลย จากนั้นวางแผนที่เฉพาะเจาะจง เช่นจะไม่ไปบาร์หลังเลิกงาน จะวัดปริมาณการดื่มที่บ้านโดยจดไว้ที่ปฏิทินในครัว จะเปลี่ยนการดื่มจากสุราเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ต้องวางแผนล่วงหน้าว่าหากอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่การดื่มสุราจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางแผนไว้ จะมีวิธีในการจัดการอย่างไร และควรหาบุคคลหรือเพื่อนที่ไม่ดื่มเหล้ามาเป็นผู้ช่วย บ่อยครั้งที่มีความเป็นไปได้ที่ลดการดื่มไม่ได้ตามตั้งใจไว้ ให้พยายามกลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง คือ นึกถึงผลเสียของการดื่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางร่างกายจิตใจและสังคม พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายในการดื่ม วางแผนที่เฉพาะเจาะจงเพื่อที่จะเลิกหรือลดการดื่มลง ซึ่งหากปฏิบัติซ้ำๆจนลดหรือเลิกการดื่มตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ จะช่วยให้ลดความเสี่ยงจากอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ แม้ว่าบุคคลนั้นจะยังไม่ได้เกิดโรคหรือเข้าเกณฑ์การติดสุราก็ตาม
สำหรับผู้ที่ดื่มสุราจนถึงขั้น “ติด” หรือ มีการดื่ม “ในทางที่ผิด” แล้วนั้น การรักษามีลักษณะที่ใกล้เคียงกันกับผู้ที่ยังไม่ถึงขั้นติด แต่มีการใช้สุราแบบเสี่ยงดังที่กล่าวข้างต้น แต่มีข้อพิจารณาเพิ่มเติม เช่น การให้ยาเพื่อจัดการกับอาการถอนยาที่อาจเกิดขึ้น เรียกว่าช่วงล้างพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เคยมีอาการถอนสุราที่จะทำการเลิกหรือลดการดื่มอย่างทันทีทันใด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาป้องกันการเกิดอาการถอนยา เช่น มือสั่น ชัก อาการประสานหลอน สับสน และเพื่อเป็นการตรวจเช็คร่างกายหรือโรคอื่นที่อาจเป็นผลจากการดื่มเป็นประจำ เช่น ความดันสูง หรือ โรคตับ นอกจากนี้อาจต้องได้รับยาอื่นเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้การดื่มแอลกอฮอล์มีปริมาณลดลง โดยการสนับสนุนการปรับพฤติกรรมร่วมกับการใช้ยาจะได้ผลดีที่สุด
ระยะของการรักษาที่จะประสบความสำเร็จแบ่งได้ 4 ระยะ ดังนี้
- ระยะเตรียมความพร้อม เตรียมความพร้อมทั้งภาวะสุขภาพกาย และจิตใจ สร้างแรงจูงใจให้แน่วแน่
- ระยะถอนพิษสุรา การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการถอนสุรา ในขณะงดดื่ม ลดอาการลงแดง
- ระยะป้องกันการดื่มซ้ำ อย่างน้อยจะต้องงดดื่ม 6-12 เดือน จึงเลิกได้เด็ดขาด
- ระยะติดตามผล สร้างแรงจูงใจในการลดอย่างต่อเนื่อง มีชีวิตใหม่ที่ปราศจากแอลกอฮอล์
ครอบครัว มีส่วนอย่างมากในการให้ช่วยเหลือ อดทน และกำลังใจผู้ป่วย ในทุกระยะ
มีเทคนิคดีๆ ในการลดปริมาณการดื่มไหม ถ้ายังเลิกขาดไม่ได้?
- ตั้งจุดมุ่งหมายถึงปริมาณและจำนวนวันที่ตั้งใจจะดื่มแอลกอฮอล์
- ตั้งจังหวะการดื่มในแต่ละครั้ง เช่นจิบอย่างช้าๆ ดื่มน้อยกว่า 1 แก้วต่อชั่วโมง หรือสลับเปลี่ยนด้วยเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำเปล่า น้ำอัดลม หรือ น้ำผลไม้
- รับประทานอาหารร่วมด้วยขณะดื่ม จะทำให้แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมได้ช้าลง
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเช่น ถ้าเห็นคนบางคน หรือ สถานที่บางอย่าง แล้วทำให้รู้สึกอยากดื่ม ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นั้นๆ ถ้ากิจกรรมบางอย่างเป็นตัวกระตุ้น ก็ควรที่จะวางแผนว่าจะทำอะไรแทนกิจกรรมนั้น แต่ถ้าการอยู่ที่บ้านเป็นตัวกระตุ้น ก็ควรที่จะไม่มีแอลกอฮอล์เก็บไว้ในบ้าน
- วางแผนที่จะจัดการกับความรู้สึกอยากดื่มเมื่อมันเกิดขึ้น เช่น เตือนตนเองถึงเหตุผลที่ต้องการเลิก พูดคุยกับคนที่รู้สึกไว้วางใจ หรือหันไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่กระตุ้นให้ดื่ม หรือบางทีก็ปล่อยให้ความรู้สึกอยากดื่มนี้มีต่อไป โดยยอมรับถึงความรู้สึกนี้ และรู้ว่าอีกไม่นานมันก็จะหายไป
- รู้จักที่จะปฏิเสธ เนื่องจากจะมีบ่อยครั้งที่คนอื่นจะชักชวนให้ดื่ม โดยทำอย่างสุภาพ และจริงจัง ยิ่งปฏิเสธได้เร็วเท่าใด ยิ่งทำให้มีโอกาสน้อยที่จะกลับไปดื่มอีก ดังนั้นไม่ควรลังเลที่จะปฏิเสธอย่างทันทีทันใด เมื่อมีผู้ชักชวนให้ดื่ม
- การมีกลุ่มที่ช่วยเหลือสนับสนุนกันในการเลิกการดื่ม จะสามารถช่วยให้มีกำลังใจ ได้เห็นตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเลิกดื่ม และให้ประสบการณ์หรือวิธีการของแต่ละคนในการเลิกการดื่มได้ด้วย
กล่าวโดยสรุปแล้วการเลิกดื่มสุราหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์นั้นต้องมีความตั้งใจ และหาแรงจูงใจในการเลิกดื่ม เช่น เลิกดื่มเพราะสุขภาพ เป็นต้น จากนั้นเมื่อตั้งใจจะเลิกแล้วอย่างแน่นอนแล้ว ควรมีการค้นหาว่าตนเองมีลักษณะการดื่มเป็นเช่นไร อะไรเป็นตัวกระตุ้นให้ดื่ม จากนั้นพิจารณาว่าตนเองดื่มสุราอยู่ในระดับใด หากเข้าเกณฑ์ของการเป็นผู้ติดสุรา ควรที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาช่วยในการเลิกการดื่มพร้อมกับทำพฤติกรรมบำบัดหรือจิตบำบัดร่วมด้วย
