หนูถูกแกล้ง

การที่เด็กถูกแกล้งทำให้เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง?

การถูกกลั่นแกล้งจะมีผลกระทบต่อจิตใจเด็กอย่างมาก เกิดความตึงเครียด ทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน เกิดความหวาดกลัว ขาดความมั่นใจ ทำให้เด็กที่ถูกแกล้งเครียด เสียปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน เสียการเรียน เด็กได้รับความกดดันและเก็บความกดดันนั้นไว้จนบางครั้งอาจเกิดการตอบโต้อย่างรุนแรงที่คาดไม่ถึงได้


ลักษณะของเด็กที่ถูกแกล้ง มักจะมีลักษณะเป็นยังไง?

ที่เจอบ่อยๆมักจะเป็นเด็กที่ยอมคน ไม่ค่อยกล้าแสดงออก ไม่ค่อยมีเพื่อน มีบุคลิกลักษณะบางอย่างที่ทำให้กลายเป็นเป้าของคนที่มาแกล้งได้ เช่น ตัวเล็ก หรือมีความพิการบางประการทำให้คนล้อเลียน เช่น มีความพิการบนใบหน้า มีแผลที่ทำให้เป็นที่สังเกตของคนอื่น

ปัญหานี้พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง และมีความรุนแรงกว่า เช่น ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ ส่วนเด็กผู้หญิงมักเป็นคำพูดมากกว่าการกระทำ มักเป็นการว่ากล่าวกระทบกระเทียบเสียดสี หรือการบอยคอต กีดกันไม่ให้เข้าร่วมกลุ่ม

ถ้าพบว่าเด็กถูกแกล้ง ควรทำอย่างไรบ้าง?

สอนทักษะการรับมือ ทักษะการป้องกันตัวที่ทำให้เด็กหลุดพ้นจากการถูกรังแก เช่น การรู้จักพูดแสดงความไม่ชอบใจของตนเองออกมา ให้สามารถบอกได้ว่าการที่เพื่อนมาแกล้งนั้นตนเองไม่ชอบและไม่ต้องการให้ทำแบบนั้น ดีกว่าการยืนเงียบๆและปล่อยให้เพื่อนแกล้ง เด็กควรเรียนรู้วิธีการผูกมิตรกับเพื่อนที่อยู่รอบตัว เพื่อสร้างเครือข่ายในการป้องกันตัว เด็กควรมีทักษะในการพูดคุยกับผู้ใหญ่ สามารถบอกผู้ใหญ่ เช่น ครู หรือผู้ปกครอง ให้รับทราบและเข้ามาช่วยจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ถ้าเด็กที่ถูกแกล้งมาตลอด เกิดจะตอบโต้อย่างรุนแรง  จะจัดการอย่างไร?

จะต้องมีการพูดคุยเพื่อช่วยให้เด็กได้ระบายความทุกข์ใจที่ถูกแกล้งมา รวมทั้งการพูดถึงอารมณ์ความรู้สึกในทางลบ เช่น ความโกรธ ความแค้น ความคับข้องใจต่างๆ จากนั้นก็สอนทักษะในการระบายความรู้สึกเหล่านั้น และทักษะการรับมือเวลาถูกแกล้งเพื่อให้จัดการกับสถานการณ์ได้ตั้งแต่เบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมเก็บเอาไว้นานจนมีความโกรธแค้นสะสมอยู่มากจนถึงขั้นที่ระบายออกอย่างรุนแรงซึ่งอาจจะกลายเป็นโศกนาฏกรรม

แล้วเด็กที่แกล้งคนอื่นควรจัดการยังไง?

เด็กที่แกล้งคนอื่นเป็นเด็กที่ควรได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้กระทำ มักพบว่ามีปัญหาชีวิต มีปมด้อยบางประการ มีความขัดแย้งในครอบครัว มีความทุกข์ใจในตนเอง ทำให้เด็กแสดงความก้าวร้าวต่อผู้อื่นออกมา ดังนั้นเด็กที่รังแกคนอื่น ก็ควรได้รับการดูแล ได้รับการสัมภาษณ์ประเมินปัญหาเพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจและช่วยเหลือ เพราะในระยะยาว เด็กกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นอาชญากรและติดเหล้าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ เด็กที่ถูกรังแกควรได้รับรู้และเข้าใจว่าเด็กที่มาแกล้งก็มีปัญหาเหมือนกันแทนที่จะมองผู้ที่รังแกว่าเป็นผู้ที่มาทำร้ายเท่านั้น (อ่านเพิ่มเติมในเรื่อง  “เด็กก้าวร้าว”)

ถ้าพ่อแม่ หรือ ครูเห็นเหตุการณ์ว่ามีการแกล้งกันเกิดขึ้นควรจะทำอย่างไร?

ในกรณีที่ครูเห็นเหตุการณ์ ให้หยุดพฤติกรรมการแกล้งกันทันที จัดการสืบสวนเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น และลงโทษคนที่ทำผิด ในกรณีที่เป็นพ่อแม่ ต้องสอน ฝึกทักษะให้ลูกในการป้องกันตัว เพื่อให้เด็กรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ถูกแกล้งได้ บทบาทของพ่อแม่เป็นบทบาทที่มีต่อตัวเด็กมากกว่าที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้โดยตรง เช่น ไปคุยกับเด็กคนที่แกล้งให้ ซึ่งเป็นวิธีที่เลือกทำเป็นอันดับท้ายๆ เพราะควรให้เด็กมีการแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อน ถ้าพ่อแม่เข้ามาจัดการเร็วเกินไปจะทำให้เด็กไม่มีทักษะในการรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ถ้าพฤติกรรมมีความรุนแรง เช่น มีการทำร้ายร่างกายกันรุนแรง หรือมีลักษณะที่ควบคุมไม่ได้แล้ว พ่อแม่อาจมีบทบาทในการเข้ามาจัดการเร็วขึ้น

ถ้าในกรณีที่เด็กถูกแอนตี้ กีดกันออกจากกลุ่ม บทบาทของครูควรเป็นอย่างไร?

คุณคงจะต้องสืบค้นเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเด็กคนนี้ถึงถูกกีดกันจากกลุ่ม สลายกลุ่มเพื่อไม่ให้เกิดกลุ่มที่ชัดเจน เพราะในกลุ่มอาจมีบางคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะกลั่นแกล้งเพียงแต่ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ดูว่าเด็กที่ถูกแยกกลุ่มสามารถเข้ากับใครได้มั้ย มองหาคนที่เด็กเข้ากลุ่มด้วยได้ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปในโรงเรียนได้

ให้เด็กการย้ายโรงเรียน จะย้ายดีหรือไม่?

แนะนำให้ใช้เป็นวิธีสุดท้ายในกรณีที่ได้พยายามทุกมาตรการดังกล่าวข้างต้นแล้ว ย้ายโรงเรียนก็อาจไปเจอสถานการณ์แบบเดิม ถ้าปัจจัยพื้นฐานไม่ได้รับการปรับเปลี่ยน เช่น เด็กก็ยังคงไม่มีทักษะอยู่เหมือนเดิม การย้ายโรงเรียนก็อาจไปเจอปัญหาเดิมในโรงเรียนใหม่

ในกรณีที่เป็นพี่น้องแกล้งกัน เช่น พี่แกล้งน้อง น้องแกล้งพี่  ทางบ้านจะทำอย่างไรดี?

จะทำในหลักการคล้ายๆกัน ก็คือ พ่อแม่ต้องหยุดพฤติกรรมที่แกล้งกันทันทีที่รู้ แยกเด็ก สอบสวนว่าเกิดอะไรขึ้น มีเหตุอะไร ใครก่อเรื่องขึ้นมาก่อน แล้วตัดสินอย่างยุติธรรมว่ากันไปตามถูกผิด พ่อแม่ควรวางกฎเกณฑ์ในบ้านอย่างชัดเจนว่า พฤติกรรมอะไรที่ทำไม่ได้ เช่น การทำร้ายกันหรือการแกล้งกันเป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่อนุญาตให้เกิดขึ้น และถ้าเกิดขึ้นจะต้องมีการลงโทษที่ชัดเจน สื่อให้เด็กเข้าใจว่าพ่อแม่จริงจังกับเรื่องนี้